รถเข็นเด็ก ยี่ห้อไหนดี

รถเข็นเด็ก เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตครอบครัวสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หรือมือเก๋าเมื่อเรามีเจ้าตัวเล็กเข้ามาในชีวิตเจ้าสิ่งนี้ก็จำเป็นไม่แพ้กัน หากเราต้องการพาลูกน้อยของเราไปเที่ยวหรือออกไปเดินนอกบ้านสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือรถเข็นเด็กนั่นเอง

รถเข็นเด็ก

และแน่นอนว่ามันต้องคุ้มค่ากับจำนวนเงินที่คุณจ่ายไปอย่างแน่นอนแต่หากว่าคุณยังคิดไม่ออกว่าจะถอยรถเข็นแบบไหนดี วันนี้เรามีรถเข็นแบบต่าง ๆ มาแนะนำให้คุณได้รู้จัก เพราะรถเข็นมีหลายแบบทั้งรถเข็นเด็ก 3 ล้อ รถเข็นเด็กอ่อน รถเข็นเด็กโต รถเข็นเด็กแฝด 

รถเข็นเด็กทารก รถเข็นเด็กพับได้ขึ้นเครื่อง รถเข็นก้านร่ม เรามาดูว่ารถเข็นแต่ละแบบมีคุณสมบัติอย่างไรกันบ้างพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ

1. รถเข็นเด็ก 3 ล้อ

เป็นรถเข็นเด็กแบบใหม่ พกพาสะดวก  มีขนาดกะทัดรัด พับเก็บได้ง่าย น้ำหนักเบา เบาะนิ่ม ล้อรถเข็นแข็งแรง ประกอบด้วย 2 ล้อหลังขนาดใหญ่ และล้อหน้า 1 ล้อ สามารถเข็นไปได้ทุกสภาพพื้นผิว ทำจากวัสดุคุณภาพดี

ก้านรถเข็น สามารถปรับขนาดให้เหมาะกับความสูงของผู้เข็น ไม่จำเป็นต้องใช้รถเข็นขนาดใหญ่เทอะทะไปไหนมาไหนแล้วค่ะ

2. รถเข็นเด็กอ่อน

เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด-3 ขวบ และน้ำหนักไม่เกิน 30 กก. สามารถปรับระดับที่นั่งได้ตามต้องการ หลังคาปิดคลุมได้ในวงกว้าง มีคอกกั้นหน้ารถเข็นแข็งแรงและมั่นคง ล้อหน้าสามารถเข็นหมุนได้รอบทิศทางและล้อหลังสามารถ ปรับล็อคล้อได้ทั้ง 2 ข้าง เพื่อความปลอดภัยของเด็ก

3. รถเข็นเด็กโต

เป็นรถเข็นที่มีโครงสร้างใหญ่เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 4 ขวบสามารถนั่งได้ นอนได้สบาย มีที่พักขายาว พับเก็บได้และสามารถพกพาได้สะดวกอีกด้วยค่ะ

4. รถเข็นเด็กแฝด

เป็นรถเข็น 2 ที่นั่ง สามารถพกขึ้นเครื่องได้ นั่งสบาย ตั้งได้ไม่ล้ม ที่นั่งติดกันพี่น้องจะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ปรับขาได้ตามต้องการ หลังคาและบาร์กันตกแยกกันคนละอัน สะดวกสบายต่อการเดินทาง และง่ายต่อการเก็บ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพ่อแม่นักเดินทางที่จะพาทั้งพี่และน้องไปเที่ยวพร้อม ๆ กันค่ะ

5. รถเข็นเด็กพับได้ขึ้นเครื่อง

รถเข็นเด็กพับได้ขึ้นเครื่อง ออกแบบมาให้คุณแม่ ๆ พกพาง่าย น้ำหนักเบา มีดีไซน์ที่ทันสมัย สะพายได้ กะทัดรัด สามารถถือขึ้นเครื่องได้ง่าย ทำจากวัสดุคุณภาพอย่างดี คัดพิเศษ โครงสร้างแข็งแรงและทนทาน เบาะนั่งหนานุ่ม 

มาพร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุด ล้อบังคับง่ายเข็นลื่น  มีระบบล็อคล้อหลัง และยังมีช่องใส่สัมภาระใต้รถเข็น เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด-4ขวบ

6. รถเข็นก้านร่ม

รถเข็นประเภทนี้จะมีน้ำหนักที่เบา ออกแบบมาให้พับเก็บได้อย่างง่ายดายตามชื่อเลยก็แค่ หุบ จบเลย แต่เจ้ารถเข็นแบบร่ม นี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับคาร์ซีทได้(เพราะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับคาร์ซีท)

แต่โดยปกติแล้วรถเข็นแบบร่มนี้กว่าเจ้าตัวน้อยจะใช้ได้ก็จนกว่าเขาจะสามารถนั่งด้วยตัวเองได้ แต่ด้วยราคาที่ถูกแถมบวกกับน้ำหนักที่เบาแถมพับเก็บได้อย่างง่ายดาย ครอบครัวไหนที่ชอบเดินทางก็จะมีรถเข็นแบบร่มนี้เป็นเหมือนตัวสำรองกันเลยทีเดียว

ด้วยข้อดีอันนี้สามารถใช้แทน รถเข็นแบบ Travel System ได้เลยเวลาต้องการเดินทางโดยเครื่องบินเพื่อเที่ยงต่างประเทศ(ใคร ๆ ก็ใช้กัน)   ทั้งหมดนี้ก็เป็นรถเข็นเด็กแต่ละแบบที่เราได้แนะนำให้คุณได้รู้จักต่อไปเรามาดูวิธีเลือกซื้อรถเข็นเด็กกันเลยค่ะ

วิธีเลือกรถเข็นเด็ก ควรเลือกซื้อยังไง ?

1. ความปลอดภัย

สภาพของรถเข็นต้องดูมั่นคงแข็งแรง ไม่มีจุดหรือส่วนที่แหลมคม ไม่มีรูที่เด็กจะเอานิ้วมือหรือเท้าแหย่เข้าไป หรือมีวัสดุที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็ก

2. สายรัดหรือระบบล็อคในรถเข็น

จุดล็อคที่ควรมี ได้แก่ ล็อคเอว ระหว่างขาและไหล่ ซึ่งตัวล็อคควรจะแน่นหนา ไม่ดึงหลุดง่าย ในขณะเดียวกันก็ไม่แน่นสำหรับเด็กจนเกินไป และปลดเข้าออกได้ไม่ยาก

3. ระบบเบรกหรือห้ามล้อ

ก่อนซื้อควรทำการทดสอบที่ร้านเลยว่าระบบเบรกดีหรือไม่ ตัวล็อครถหรือห้ามล้อหยุดดีหรือเปล่า และควรทดสอบในขณะที่พื้นเอียง และวางน้ำหนักในรถเข็น ทดสอบดูว่ารถเข็นจะต้องไม่ไหล

4. ล้อ

ต้องมีความแข็งแรง และสามารถเคลื่อนตัวได้ดี

5. ความสูงของที่จับรถ

ควรอยู่ประมาณเอวของคนเข็นหรือต่ำกว่าเล็กน้อย ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นขนาดมาตรฐานอยู่แล้ว แต่ถ้าขนาดตัวคนเข็นเล็กหรือใหญ่มาก ควรเลือกรถเข็นที่ตัวจับปรับได้ เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น

6. ขนาดตัวเด็ก

ควรเลือกรถเข็นแบบที่สามารถปรับระดับเบาะนั่งและนอนได้ เพราะทารกควรนั่งรถเข็นในท่านอน เนื่องจากคอที่ยังไม่แข็งแรง และเมื่อคอแข็งมากขึ้น ก็สามารถปรับระดับรถเข็นให้เหมาะสมกับท่านั่งของเด็กได้

7. ควรมีที่บังแดดหรือลม

เพื่อป้องกันแสงแดดที่แยงตา หรือปิดเวลาที่ที่ลมแรง และช่วยป้องกันฝุ่นละอองเข้าตาลูก

8. วัสดุที่ใช้

ควรดูว่าสามารถถอดหรือเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายหรือไม่ พับเก็บเข้า หรือกางออกได้ง่ายหรือไม่ การระบายความร้อนภายในรถเข็นดีหรือไม่

9. ระยะเวลาในการใช้งาน

ดูว่าจะใช้งานได้นานแค่ไหน จะให้ลูกนั่งรถเข็นตั้งแต่กี่เดือนถึงกี่ขวบ ควรเลือกที่รองรับน้ำหนักลูกได้เมื่อลูกมีอายุมากขึ้น

10. ตัวเลือกอื่น ๆ

เช่น ดูว่ามีตะกร้าใส่ของไหม น้ำหนักเบาหรือเปล่า และควรดูเรื่องพื้นที่จัดเก็บรถเข็นในบ้าน หรือในรถ เวลาไม่ใช้งานประกอบด้วย

ข้อควรระวังในการใช้รถเข็นเด็ก มีดังนี้

  • ไม่ควรให้ลูกนั่งรถเข็นนานเกิน 6 ชั่วโมง
  • ไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่ในรถเข็นลำพังโดยไม่มีคนคอยดูแล
  • ไม่ใช้รถเข็นผิดวิธี เช่น นำไปบรรทุกของที่มีน้ำหนักมาก
  • ไม่ควรใส่วัตถุมีคม เช่น มีด กรรไกร หรือวัตถุไวไฟ เอาไว้ในช่องต่าง ๆ ของรถเข็น
  • ควรอ่านคู่มือก่อนใช้งาน

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีเลือกซื้อและข้อควรระวังในการใช้รถเข็นเด็กต่อไปเรามาดู 10 อันดับรถเข็นเด็กยี่ห้อไหนดีกันต่อเลยว่ามีแบบไหนบ้างเพื่อเป็นตัวช่วยในการเลือกซื้อรถเข็นเด็กของคุณได้ง่ายขึ้นพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ

แนะนำ 10 อันดับโดนใจ รถเข็นเด็กสำหรับหนูๆ

1. รถเข็นเด็ก Baby Life รถเข็นเด็ก 3 ล้อ

รถเข็นเด็ก Baby Life

รถเข็นเด็ก Baby Life เป็นรถเข็นแบบ3ล้อ ตัวโครงสร้างผลิตจากเหล็กคาร์บอนหรือเหล็กกล้า มีความทนทาน แข็งแรง และให้ความปลอดภัยสูงต่อการใช้งาน การรถเข็นสามารถปรับขนาดให้เหมาะกับความสูงของผู้เข็นได้ เบาะนั่งนิ่ม นั่งสบายมีตะกร้าใส่ของอยู่ด้านล่างเบาะ

 พับเก็บได้ง่ายและสามารถพกพาไปไหนได้สะดวกเพราะว่ามีน้ำหนักเบาเพียง 2.5 กิโลกรัม  เหมาะสำหรับเด็กที่มีส่วนสูง 70-140 เซนติเมตร และสามารถรับน้ำหนักของเด็กได้ไม่เกิน 50 กิโลกรัม และเด็กที่สามารถนั่งรถเข็นสามล้อได้ต้องเป็นเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปีค่ะ

ข้อดี
  • โครงสร้างผลิตจากเหล็กที่มีคุณภาพ
  • มีความแข็งแรง ทนทาน
  • พับเก็บได้
  • พกพาได้สะดวก
  • น้ำหนักเบา
  • เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และมีส่วนสูงตั้งแต่ 70-140 เซนติเมตร
  • ราคาไม่แพง
ข้อด้อย
  • ไม่พบข้อเสียจากผู้ใช้งาน

2. รถเข็นเด็ก GD Baby รุ่น ST_GD-01

รถเข็นเด็ก GD Baby รุ่น ST_GD-01

รถเข็นเด็ก GD Baby โครงสร้างผลิตจากเหล็ก SGS แข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ถึง 50 kg. เหมาะสำหรับเด็กอายุ 0-4 ปี เข็นได้ทั้งหน้า-หลัง รถเข็นมีขนาดกว้าง นอนสบาย ผ่อนคลาย ไม่อึดอัด พนักพิงสามารถปรับได้มากถึง 3 ระดับ คือ นั่ง เอนและนอน

เบาะรองผลิตจากวัสดุผ้าอย่างดี นุ่ม นั่งสบาย ระบายอากาศได้ดี ลูกน้อยของคุณจะไม่ร้อน และไม่งอแงเวลาต้องนั่งรถเข็นเป็นเวลานาน ๆ ปลอดภัยด้วยระบบเข็มขัดนิรภัย 5 จุด แน่นหนาหายห่วง ล้อหมุนสามารถหมุนได้ 360 องศา และสามารถล็อคได้ทุกล้อ ไม่กลัวไหล

ล้อมีโช๊ครองรับกระแทกได้อย่างดี ลดแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่าเดิม และมาพร้อมช่องเก็บของใต้เบาะ เนื้อที่เยอะ ไม่ต้องหิ้วของให้พะรุงพะรัง และที่สำคัญสามารถพับเก็บได้ง่าย พกพาสะดวก ประหยัดเนื้อที่สุด ๆ ค่ะ

ข้อดี
  • สามารถเข็นได้สองทาง
  • ได้ทั้งนอนและนั่ง
  • สามารถปรับนอนได้ถึง 170 องศา
  • ผลิตจากเหล็กที่มีคุณภาพ
  • มีความแข็งแรง ทนทาน
  • เบาะกว้าง นั่งสบาย
  • รับน้ำหนักได้มากถึง 50 กิโลกรัม
ข้อด้อย
  • ไม่พบข้อเสียจากผู้ใช้งาน

3. รถเข็นเด็ก Glowy Star รุ่น Tiger Stroller

รถเข็นเด็ก Glowy Star รุ่น Tiger Stroller

รถเข็นเด็ก Glowy Star รุ่น Tiger Stroller เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด – 3 ขวบ และมีน้ำหนัก 0-15 Kg. พกพาสะดวก น้ำหนักเบา นั่งสบาย พับได้เล็ก ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรป รถเข็นมีน้ำหนัก 5.8 กิโลกรัม ขนาดเมื่อกาง 104x60x48 cm. 

ขนาดเมื่อพับ 56x27x23 cm. Tiger Stroller รถเข็นที่จะทำให้ทุกการเดินทางกับเจ้าตัวเล็กเป็นเรื่องง่ายโครงรถแข็งแรง มั่นคง จับถนัดมือ พนักพิงมีขนาดกว้าง สะดวกพกพา มีกระเป๋าใส่เวลาพับเก็บ พนักพิงเต็มหลังทำให้จะนั่งหรือนอนก็สบาย หลังไม่ห่อ มีเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุด

ช่วยโอบอุ้มลูกน้อยให้ปลอดภัย หายห่วง มีระบบล็อคล้อเวลาจอด ป้องกันรถเข็นไหล เพียงแตะครั้งเดียว สามารถล็อคพร้อมกันได้สองล้อหลัง ล้อมีขนาดใหญ่ และล้อหน้าสามารถหมุนได้ 369 องศา สามารถล็อคล้อหน้าได้อีกด้วยเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยค่ะ

ข้อดี
  • เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด – 3 ขวบ
  • พกพาสะดวก น้ำหนักเบา
  • นั่งสบาย พับได้เล็ก
  • โครงรถแข็งแรง มั่นคง จับถนัดมือ
  • มีกระเป๋าใส่เวลาพับเก็บ
  • พนักพิงเต็มหลังทำให้จะนั่งหรือนอนก็สบาย หลังไม่ห่อ
ข้อด้อย
  • ไม่พบข้อเสียจากผู้ใช้งาน

4. รถเข็นเด็กก้านร่ม Lion รุ่น DG3996

รถเข็นเด็กก้านร่ม Lion รุ่น DG3996

รถเข็นเด็กก้านร่มจากแบรนด์  Lion เป็นเครื่องทุ่นแรงเวลาออกเดินทาง ที่ไม่ต้องพกพาคันใหญ่เกินไป โครงสร้างผลิตจากเหล็กหนาอย่างดี เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดขึ้นไปและใช้งานได้ยาวนานเผื่อโต รับน้ำหนักได้ 30 kg. ตัวรถเข็นมีช่องตาข่ายช่วยการระบายอากาศได้ดี

ไม่อับชื้น ถอดซักได้ มาพร้อมกับกระเป๋าช่องเก็บของด้านหลัง เบาะนั่งเป็นผ้าเรียบ ช่วยในเรื่องการทำความสะอาด ไม่อมฝุ่น หนา นุ่ม นั่งสบาย ล้อเป็นระบบล้อคู่ ล้อคู่หน้า สามารถหมุนรอบทิศทางได้ 360 องศา และสามารถล็อคล้อให้ตรงได้ ล้อคู่หลัง 

ล็อคเพื่อไม่ให้รถเคลื่อนที่ไปมา มีราวกั้นเด็กด้านหน้า สามารถถอดออกได้ ร่มบังแดด สามารถพับเก็บไปข้างหลังได้ ขยายความกว้างได้ เพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยสายเข็มขัดนิรภัย ในตัวมีถาดวางขาเด็ก

สามารถปรับเลื่อนระดับขึ้นลงได้ ขนาดรถเข็น 46 x 70 x 99 cm. รถเข็นมีน้ำหนักเบาเพียง 6 kg.และมีสีให้เลือก 2 สีคือ สีแดงและสีโอลด์โรสค่ะ

ข้อดี
  • เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดขึ้นไปและใช้งานได้ยาวนานเผื่อโต
  • ปรับเอนนอนได้ทุกองศา ตามความต้องการ
  • ระบบล้อคู่หน้าหมุนรอบทิศทาง ระบบล้อหลังล็อคล้อได้
  • พับเก็บง่าย ประหยัดพื้นที่ สะดวกพกพา
  • ถาดวางขาปรับระดับได้
ข้อด้อย
  • ไม่พบข้อเสียจากผู้ใช้งาน

5. รถเข็นเด็ก GBC20 ปรับได้ 3 ระดับ สายรัดแบบ 5 จุด

รถเข็นเด็ก GBC20

รถเข็นเด็กรุ่น GBC20 ปรับได้ 3 ระดับ (นั่ง/เอน/นอน) สายรัดแบบ 5 จุด เข็นหน้า-หลังได้ เข็นหน้า-หลังได้ เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด – 4 ปี น้ำหนักของรถเข็น 4.4 kg รองรับน้ำหนักได้มากถึง 25 kg. ปรับเข็นหน้า-หลังได้เพิ่มความอุ่นใจให้กับลูกน้อย เบาะนั่งเป็นผ้าคุณภาพสูง

 ระบายอากาศได้ดี ถอดซักได้ ที่นั่งกว้าง 35 cm. ปรับเอนได้ 3 ระดับ (นั่ง เอน นอน) มีล้อ 8 ล้อ ล้อหน้าหมุนได้ 360 องศา ปรับล็อคทิศทางได้ พร้อมระบบกันสะเทือน และมาพร้อมที่ล็อคบังคับล้อตรง มีระบบเบรกล้อหลัง เพิ่มความปลอดภัยด้วยเข็มขัดนิรภัย

มีมุ้งครอบกันยุงและแมลง สามารถพับเก็บได้ง่ายภายใน 3 วินาที มีที่วางขาปรับระดับได้ ใต้เบาะนั่งเด็กมีช่องเก็บสัมภาระ เบาะรองนั่งทำจากใยผ้าพิเศษระบายความร้อนได้ดี และรถเข็นเด็กรุ่นนี้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานอีกด้วยค่ะ

ข้อดี
  • ปรับระดับได้ 3 ระดับ
  • มีสายรัด 5 จุดเพื่อความปลอดภัย
  • เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด-4 ปี
  • รองรับน้ำหนักได้ 25 กิโลกรัม
  • มีล้อ 8 ล้อ
  • ล้อหน้าสามารถหมุนได้ 360 องศา
  • มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
ข้อด้อย
  • มีรายงานจากผู้ใช้งานว่าผ้าคลุมรถแค่ครึ่งคันบังแดดไม่ได้

6. รถเข็นเด็ก ladylazy รุ่น 5301 Navy

รถเข็นเด็ก ladylazy รุ่น 5301 Navy

รถเข็นเด็ก รุ่น 5301 ปรับนั่ง/เอน/นอน เข็นหน้า-หลังได้มีมุ้งในตัว สีน้ำเงินล้วน ให้คุณแม่พกพาสะพายใส่ของลูกน้อย เข้ากันกับรถเข็นเด็ก ดีไซน์สุดทันสมัย โครงสร้างใหญ่มี 8 ล้อ สามารถหมุนได้ทุกทิศทาง สามารถล็อคล้อไม่ให้เคลื่อนไหวได้

เมื่อเข็นรองรับน้ำหนักได้ถึง 25 kg. มีความแข็งแรง ทนทาน มีน้ำหนักเบา ด้ามจับรถเข็นสามารถเข็นได้ทั้งหน้าและหลังออกแบบdesign เรียบแต่เคลื่อนได้ 180 องศา ที่วางขาปรับราบได้ มีเข็มขัดนิรภัยให้ลูกน้อยเดินทางได้อย่างปลอดภัย

ใต้เบาะนั่งเด็กมีช่องเก็บสัมภาระ มีช่องใส่ของด้านหลัง พับเก็บง่าย สะดวกต่อการเดินทางค่ะ

ข้อดี
  • สามารถเข็นหน้า-หลังได้
  • ปรับได้ 3 ระดับ(นั่ง/เอน/นอน)
  • รถเข็นเด็ก มี 8 ล้อใหญ่ สามารถหมุนได้ทุกทิศทาง
  • สามารถล็อคล้อไม่ให้เคลื่อนไหวได้
  • มีเข็มขัดนิรภัย
  • พับเก็บง่าย
  • มีมุ้งในตัว
  • รองรับน้ำหนัก 25 kg.
ข้อด้อย
  • มีรายงานจากผู้ใช้งานว่าผ้าตัดเย็บไม่ค่อยเรียบร้อย ผ้าบาง ซักแรงไม่ได้ ต้องซักมือ

7. รถเข็นเด็ก ThaiTrendy รุ่น Thaitrendy รถเข็นเด็ก (สำหรับแรกเกิด)

รถเข็นเด็ก ThaiTrendy

รถเข็นเด็กจากแบรนด์ ThaiTrendy โครงสร้างผลิตจากเหล็ก SGS มีความแข็งแรง ทนทาน รองรับน้ำหนักได้ถึง 50 kg. เข็นได้ทั้งหน้า-หลัง เหมาะสำหรับเด็กอายุ 0-4 ปี รถเข็นมีขนาดกว้าง นอนสบาย ผ่อนคลาย ไม่อึดอัด เบาะรองนั่งนุ่ม ระบายอากาศดีได้ดีพนักพิงปรับได้มากถึง 3 ระดับ

 ( นั่ง/เอน/นอน) และปลอดภัยด้วยระบบเข็มขัดนิรภัยอย่างแน่นหนา ล้อมีโช๊ครองรับการกระแทกได้อย่างดี ลดแรงสั่นสะเทือนได้มาก ล้อสามารถหมุนได้ 360 องศาและสามารถล็อคล้อได้ทุกล้อ ไม่ต้องกลัวไหล ช่องเก็บของใต้เบาะ ขนาดใหญ่และมาพร้อมมุ้งกันแมลงอีกด้วยค่ะ

ข้อดี
  • พนักพิงปรับได้มากถึง 3 ระดับ ( นั่ง/เอน/นอน)
  • เข็นได้ทั้งหน้า-หลัง (ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด)
  • โครงสร้างเหล็ก SGS แข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ถึง 50
  • เหมาะสำหรับเด็กอายุ 0-4 ปี (0-48 เดือน)
  • ล้อหมุนได้ 360 องศา สามารถล็อคได้ทุกล้อ
  • ช่องเก็บของใต้เบาะ ขนาดใหญ่
ข้อด้อย
  • ไม่พบข้อเสียจากผู้ใช้งาน

8. รถเข็นเด็ก ladylazy รุ่น No.218

รถเข็นเด็ก ladylazy รุ่น No.218

รถเข็นเด็ก No.218 (ปรับเข็นหน้า-หลัง/โยก/ปรับได้ 3 ระดับ)  โครงสร้างเหล็กแข็งแรง  ปรับได้ 3 ระดับมีทั้งปรับแบบเอน ปรับนั่ง ปรับนอนได้ คุณแม่สามารถวางพักแขนได้  เบาะรองนั่ง นอน นุ่ม นอนสบาย ระบายอากาศได้ดี ถอดเบาะรองออกได้

จะมีที่วางขาแบบเย็บติดกับตัวรถ ไม่ต้องกลัวขาด เมื่อวางเด็กลงไป ขาจะสัมผัสพื้น ใช้ในช่วงฝึกเดินได้ มาพร้อมเข็มขัดนิรภัยเสริมสร้างความปลอดภัยขณะเดินทาง และที่บังแดดและยังมีมุ้ง และตัวรถเข็นสามารถโยกได้ ให้น้องสามารถนอนหลับได้อย่างสบาย มีตัวล้อ 6 ล้อ

และสามารถล็อคล้อได้และดันขึ้นเมื่อต้องการโยก  สามารถเข็นได้หน้า-หลัง ตัวรถเข็นเด็กเบา น้ำหนักเพียง 7.5 กก.พับเก็บง่าย สะดวกต่อการเดินทาง สามารถรองรับน้ำหนักได้ไม่เกิน 25 kg.  มีช่องใส่ขวดนมที่ด้ามเข็น

และยังมีถาดรองสามารถวางจานอาหารน้องได้ และยังมีช่องใส่ขวดน้ำ 2 จุด และมาพร้อมของแถมของเล่นติดรถเข็นมาให้อีกด้วยค่ะ

ข้อดี
  • ปรับได้ 3 ระดับ
  • พับเก็บได้
  • มีมุ้งกันยุง
  • เข็นได้ หน้า-หลัง
  • ปรับโยกได้
  • มีของเล่น
  • มีช่องใส่ขวดนม ตรงด้ามเข็น
ข้อด้อย
  • มุ้งกันยุงกันแมลงไม่สามารถครอบได้ทั้งหมด

9. รถเข็นเด็ก OHAYOU รุ่น Maru Polka Dot – สีน้ำตาล

รถเข็นเด็ก OHAYOU รุ่น Maru Polka Dot

รถเข็นเด็ก OHAYOU รุ่น Maru Polka Dot วัสดุโครงสร้างทำจากเหล็ก แข็งแรง ทนทาน รับน้ำหนักได้ 25 กก.เบาะสามารถปรับเอนได้ 5 ระดับ เอนได้ถึง 170 องศา เบาะเป็นผ้า Oxford 400D ระบายอากาศได้ดี กว้าง เพิ่มความปลอดภัยด้วยเข็มขัดนิรภัย 5 จุดมีระบบเบรกล้อหลัง

 ล้อเป็นล้อคู่ 8 ล้อ หมุนได้รอบทิศทางทำให้เข็นง่าย รุ่นนี้เข็นได้เพียงด้านเดียว ที่วางขาสามารถปรับระดับได้ มีที่บังแดด ด้านบนมีหน้าต่างสำหรับระบายอากาศ และมองเห็นลูกน้อยได้ตลอดเวลา พับเก็บง่าย ด้วยน้ำหนักเพียง 5.7 กก. พกพาสะดวก มีการรับประกัน 1 ปี

ข้อดี
  • ปรับเอนได้ 5 ระดับ
  • ที่นั่งกว้าง 40 ซม.
  • มือจับหมุนได้ 360 องศา
  • เข็มขัดนิรภัย 5 จุด เพิ่มความปลอดภัย
  • พับเก็บง่าย พกพาสะดวก
ข้อด้อย
  • เข็นได้ด้านเดียว

10. รถเข็นเด็ก Mind Care รุ่น รถเข็นเด็ก Mind care ปรับได้ 3 ระดับ (สีน้ำเงินดาว)

รถเข็นเด็ก Mind Care

รถเข็นเด็ก Mind care ปรับระดับได้ 3 ระดับ ตัวโครงสร้างแข็งแรง ทนทาน สามารถรับน้ำหนักได้ 25 กก.มีระบบล็อคล้อ ล้อคู่ 8 ล้อ ทำให้เข็นได้รอบทิศ 360 องศา เบาะนั่งมีขนาดใหญ่  หนาปานกลาง เนื้อนิ่ม ระบายอากาศได้ดี เข็นได้ทั้งหน้า-หลัง

มีที่บังแดดบังลม (ปิดได้ครึ่งคัน) มีสายรัดนิรภัย ด้านล่างมีตะกร้าไว้เก็บสัมภาระ พับเก็บง่ายการพับเก็บจะมีเหล็กเส้นให้ดัน หรือใช้เท้าเหยียบได้ค่ะสะดวกในการพับเก็บค่ะ น้ำหนักรถ 7.5 กก. พกพาสะดวกมาก ๆ ค่ะ

ข้อดี
  • ปรับได้ 3 ระดับ
  • เข็นได้ทั้งด้านหน้า-หลัง
  • พับเก็บง่าย
  • เบาะนุ่มใหญ่
  • แข็งแรง ทนทาน วัสดุโครงสร้างอย่างดี
  • แถมฟรีกระเป๋าอเนกประสงค์
  • รองรับน้ำหนักไม่เกินถึง 25
ข้อด้อย
  • ที่บังลมบังแดดปิดได้ครึ่งเดียว

บทสรุป

อย่างไรก็ตามก่อนตัดสินใจซื้อ รถเข็นเด็ก ควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน และความปลอดภัยเป็นหลัก อย่ามองเพียงว่าราคาแพงแล้วต้องดี ฟังก์ชันเพียบคือต้องเจ๋ง เพราะเพียงความไม่เหมาะสมหรือไม่ได้สัดส่วนบางประการ

 อาจทำให้ทั้งคุณพ่อคุณแม่และคุณลูกไม่ได้รับผลลัพธ์จากการใช้งานที่ดีเท่าที่ควร และนี่คือ 10 อันดับรถเข็นเด็ก ที่พร้อมเป็นตัวเลือกเพื่อตอบสนองความต้องการให้กับคุณและเราหวังว่า 10 อันดับรถเข็นเด็กที่เราแนะนำให้คุณนั้นจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณไม่มากก็น้อยนะคะ